การทุ่มเท ของใครคนหนึ่ง

การเดินทางเคียงข้าง เพื่อใครอีกคนหนึ่ง

การเสียสละเวลาที่มี ให้กับใครคนนั้น

ความสุข ความทุกข์ ที่ใครคนนี้แบกรับอยู่เต็มบ่า

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และ น้ำตา ที่ใครคนนี้รับรู้มาตลอด

ความผูกพัน วันเวลา ความเคยชิน

ต้องหมดความหมายลงไป เพราะ ความเปลี่ยนแปลง

ทุกอย่างที่เคยทำมา มันไม่มีค่า เมื่อเวลาผ่านไป

คำว่า เพื่อนรัก ที่เคยให้กัน มันคงไม่มีความหมายอีกแล้ว

สายตาที่ว่างเปล่า รอยยิ้มที่หายไป เสียงหัวเราะที่เคยชิน

จบลงแล้ว .... ทุกสิ่ง ทุกอย่าง

นี่หรือ ..... คือสิ่งที่ได้รับกลับมา

นี่หรือ ..... คือรางวัลสำหรับคนที่ทุ่มเททุกอย่าง

นี่หรือ ..... คือการตอบแทน

นี่หรือ ..... คือคนที่เคยบอกว่า รักกัน

 

edit @ 20 Jul 2009 18:03:52 by freedom

บันทึกน้ำตา 100 กะละมัง

posted on 24 Oct 2008 18:55 by freedomsky

 

การเดินทางที่แสนจะยาวนาน

ความอดทน ที่นับวันมันยิ่งลดน้อยลงไปทุกที

กำลังใจ ที่ถูกนำมาใช้เพียงแค่ให้พ้นวัน

ความเบื่อหน่าย ที่เริ่มก่อตัว กองสูงเทียบได้กับภูเขา

มองไปสองข้างทาง ไม่ต่างอะไร กับ เดินในป่าทึบ

เงียบเหงา วังเวง หวาดกลัว .........

ถนน จุดมุ่งหมาย ที่แสนจะยาวไกล

ผู้คนรอบกาย ผ่านเข้ามา เพียงเพื่อจะผ่านพ้นไป

ทักทาย แต่กลับเหมือนคนไม่เคยรู้จัก

สนิทกัน แต่ไม่ สนิทใจ

โลกที่พยายามมองในมุมที่ดี แต่กลับแฝงไปด้วยความมืดมิด

รอยยิ้ม ที่หายไป นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่เคยได้เห็น ........

-.- อีกนานแค่ไหน ที่หัวใจจะฝืนตัวสักที

 

- CanTo -

posted on 05 Aug 2008 17:32 by freedomsky

 

    Canto 

ถนนสายที่ว่างเปล่า
ฉันเดินทางเพียงลำพัง
พร้อมเป้สะพายหลังที่หนักอึ้ง

ฉันรักอิสระ
ฉันชอบสันโดด
และฉันรักความเงียบสงบ

เหนื่อย
หนัก
อยากมีคนมาช่วยแบ่งเบา

แต่เพราะ อุดมการณ์
ความตั้งใจ
คือสิ่งที่ฉันต้องทนแบกรับมัน

ถ้าฉันปล่อยมันทิ้งลงข้างทาง
หลังของฉันคงเบาสบาย
และถนนสายนี้คงไม่ว่างเปล่า อีกต่อไป

 

-.-  canto นี้ไปร่วมหนุกหนานแต่งใน thaicanto

หัวข้อ " ในความว่างเปล่า "

ห่างหายจากการเขียนแคนโต้นานมากเหมือนกัน

เป็นเพราะภาระหน้าที่ ที่คอยรอเวลาให้เราไปจัดการให้เรียบร้อย

เหนื่อย แต่ต้องทำ

อีกไม่นานชีวิตในรั้วมหาลัยก็ใกล้สิ้นสุดลงแล้ว

เหลือแค่รอ ฝึกงาน แล้วทุกอย่างก็จะค่อยๆผ่านพ้นไป

อยากรักษาความเป็นเด็กมหาลัยไว้แค่ไหน ก็ต้องยอมปล่อยไป

เพราะไม่อย่างนั้น คุณต้องเป็น พี่เป้อ !!!!

คงไม่ไหวหรอกนะแบบนี้ ........... -.-"

เคยได้ยินใครๆชอบพูดว่า " แม้รักมากขนาดไหน เมื่อถึงเวลาก็ต้องยอมปล่อยมันไป "

ความเป็นเด็ก ที่ตอนนี้คงได้แต่เก็บไว้ในใจ อยากจะใช้เมื่อไหร่ก็ค่อยเอามันออกมา

ทำให้คิดถึงเพลง พื้นที่เล็กๆ ของพี่หมี บอยตรัยเลยนะ

เวลาเดินไปข้างหน้า เราก็ควรจะก้าวขาเดินไปพร้อมกับมัน

ถ้าเร็วเกินไป หรือว่า ช้าเหมือนเต่า

คำว่า สมดุล ก็คงไม่เกิดขึ้น คุณอาจจะเหมือนคนที่น้ำในหูไม่เท่ากัน

เดินซวนเซ คล้ายกับคนที่เมาค้างมาทั้งคืน

แต่จะว่าไปแล้ว สงสัยเราคงต้องไปเช็คหูดูแล้วแหละ

ว่าน้ำข้างไหนมันมากว่ากัน........

รึว่าควรจะไปเป่าลมเช็คแอลกอฮอล ดี ........

 

กว่าจะรู้.....ใจตัวเอง

posted on 22 May 2008 14:47 by freedomsky

 

               ใครๆก็รู้ว่าสายน้ำเมื่อไหลไปแล้วไม่มีทางไหลย้อนกลับมาเหมือนเดิม

มันเป็น กฎเกณฑ์ที่ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถึงแม้ว่าจะพยายามสักเท่าไหร่ก็ตาม

ไม่ต่างอะไรกับใจคนเรา เวลาที่หมุนไปได้เปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆมากมายเหลือเกิน

จากคนๆหนึ่งที่ไม่เคยข้าใจในความรักอย่างแท้จริง

เธอไม่เคยรู้เลยว่า คนที่อยู่เคียงข้างเธอ เค้าได้แอบเก็บซ่อนความลับบางอย่างไว้ภายในใจ

ทุกครั้งที่เธอและเค้าใกล้ชิดกัน สายสันพันของคำว่าเพื่อนเป็นตัวกำหนดทุกๆอย่าง

เค้าคอยดูแลเธอและห่วงใยเธอทุกเวลา

ทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุขและเธอหัวเราะทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้เค้า

แต่ทำไมนะ ……. เค้าไม่เคยเข้าถึงใจเธอได้สักที

อาจเป็นเพราะภายในใจดวงนั้นยังมีใครอีกคนแอบซ่อนอยู่ ผู้ชายคนนั้นเป็นคนที่เธอแอบมองมานาน

 เธอรักผู้ชายคนนี้มาก ( แต่เธอไม่เคยรู้เลยว่ายังมีใครอีกคนแอบมองเธออยู่ และเค้าก็รักเธอมากเช่นกัน )

 เธอมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าเค้า อาจจะไม่ได้คุย ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ แค่นี้เธอก็พอใจ

ถึงจะเป็นเพียงความสุขเล็กน้อยๆที่เธอได้รับ ……. แต่เธอก็ยินดีที่จะรับมัน

คงเป็นเพราะเหตุนี้ที่เค้าไม่เคยเข้าถึงใจเธอได้เลย …….

ทุกครั้งที่เธอพูดถึงผู้ชายคนนั้น

มันทำให้เค้าเจ็บ ……. เจ็บที่ใจ

เค้ามองเธอด้วยสายตาที่ปวดร้าว และพยายามบอกให้เธอรู้ว่า กำแพงของคำว่าเพื่อนที่เธอสร้างขึ้น

มันทำให้เค้าอ่อนล้าและเจ็บทุกครั้งเมื่อพยายามทำลายมัน

 แต่เธอก็ไม่เคยรับรู้ถึงสายตาที่อ้อนวอนของเค้าเลย

ทุกอย่างที่เค้าทำให้เธอมันไม่สามารถเปลี่ยนใจเธอได้ ……. สักครั้งเดียว

 คงไม่ต่างอะไรกับการขว้างก้อนหินลงไปในน้ำ

 ก้อนหินก้อนเล็กๆไม่สามารถทำให้น้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงได้

เพียงแต่ตัวมันเองจะจมลงไปอย่างช้าๆ จนถึงใต้แผ่นน้ำและความสำคัญของมันก็หมดลง …….

ช่างเป็นความพยายามที่สูญเปล่าจริงๆ เพราะทั้งหมดหัวใจของเธอมีแต่ผู้ชายคนนั้น ……. คนเดียว

 

เมื่อวันเวลาผ่านไป ทำให้เค้าและเธอห่างเหินกันไปเรื่อยๆ

 จากเดือนเป็นปี จาก 1 ปี เป็น 2 ปี เป็น 3 ปี ..... จนมาถึง 7 ปี

เค้าไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

อะไรนะที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ …….

 ทุกครั้งที่เธอได้เจอเค้า ทำไมใจเธอต้องสั่นและเจ็บแปลบทุกที

สายตาของเค้าที่เคยห่วงใยเธอเสมอหายไปไหน …….

รอยยิ้มที่เคยทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น ต่อแต่นี้ไม่มีอีกแล้ว

 สิ่งที่เธอได้พบเห็นอยู่ตอนนี้มีเพียงความว่างเปล่ากับสายตาที่เย็นชาเหลือเกิน

มันทำให้ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นภายในใจเธอ โดยที่ตัวเธอเองไม่รู้สึกมาก่อนเลย

 ( มันคืออะไรนะ ……. ทำไมเธอต้องรู้สึกแบบนี้ )

ทั้งที่เธออยากจะยิ้ม ทักทายกับเค้าเหมือนเดิม

แต่สายตาเย็นชาคู่นั้น ทำให้เธอทำได้เพียงแต่ก้มหน้า หยุดความคิดนี้ไว้ แล้วเดินต่อไป …….

 

 ตามทางเดินที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย เธอก้าวเดินผ่านผู้คนเหล่านั้นอย่างมั่นใจ

 แต่ในความมั่นใจที่ใครเห็น มันยังมีความอ่อนแอซ่อนอยู่ เธอเจ็บปวดทุกครั้งที่เค้าเดินผ่าน

ไม่ว่าจะกี่ครั้ง ……. ทุกอย่างก็เหมือนเดิม

 เธอจะต้องทนเห็นสายตาที่เย็นชาอย่างนี้ไปนานเท่าไหร่ เมื่อไหร่เค้าจะเลิกทรมานเธอเสียที …….

เค้าคงไม่เคยรู้เลยว่าวันเวลาได้เปลี่ยนใจเธอแล้ว

 ในตอนนี้ เวลานี้ ภายในใจเธอมีเพียงแต่เค้าคนเดียวเท่านั้น

 ผู้ชายที่อยู่เคียงข้างเธอตลอดมา ทุกครั้งที่เธอมีปัญหาเค้าเท่านั้นที่เข้าใจเธอ

เธออยากจะบอกเค้าเหลือเกินว่า ความพยายามของเค้าได้เข้าถึงใจเธอแล้ว

แต่มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ …….

เมื่อเธอปล่อยให้เวลาผ่านมาเนิ่นนานอย่างนี้

คำที่เค้าอยากฟังในตอนนั้น ตอนนี้มันอาจจะไม่สำคัญกับเค้าอีกแล้ว

เพราะเค้าได้เดินจากเธอไปไกลแสนไกล โดยไม่หันหลังกลับมามองเธออีกเลย

                 ......กว่าจะรู้ใจตัวเอง …….



เพราะว่าฉันยังคงรอคอย แค่คนที่ฉันใฝ่ฝัน

และไม่ทันมองใครที่รอฉัน

เพราะว่าฉันไม่เคยใยดี ความดีที่เธอให้กัน

ปล่อยให้เธอเดินไปจากใจ

และแล้ว หุ่นยนต์ที่เฉยชา

เพิ่งมีใจมีน้ำตา ในวันเวลาที่ฉันต้องเดียวดาย

ฉันผิดไปแล้วที่ใจไม่รักเธอเมื่อวาน

ผิดไปแล้วที่ใจต้องการเธอเมื่อสายไป

วันที่เธอเคยทุ่มเท กลับไม่มีความหมายใด

จวบจนวันที่เธอจากไปคนใจร้ายที่ต้องเสียใจคือฉันเอง

เพราะว่าฉันเพิ่งมาเข้าใจในวันที่สายเกินไป

วันที่ใจดวงเดิมกลับเมินเฉย

ฉันพบแค่เพียงแววตาที่ดูเย็นชาห่างเหิน

ไม่มีเธอคนเดิมจากนี้

*-* เราต่างก็รักกัน …… แต่มันต่างกันแค่วันและเวลา  *-*


edit @ 22 May 2008 15:08:57 by freedom

canto - เวลา

posted on 24 Mar 2008 22:04 by freedomsky

 

        เวลาเดินไปข้างหน้า

        ก้าวขาวิ่งตาม

        หกล้มเจ็บตัว

 

         ตะโกนเรียกร้อง

         สายลมพัดผ่าน

         สิ้นเสียงหมดแรง.

 

*-* เวลาที่ผ่านมา ความอดทนที่ยังคงมีอยู่

8 ปี ที่หาเหตุผลของการรอคอยไม่พบ

ถามใจตัวเองหลายครั้ง ว่า รอ เพื่ออะไร

ถึงแม้ว่าคำตอบจะไม่ถึงกับดังก้องอยู่ในใจ

แต่เสียงบางเบาที่ได้ยินก็พอจะแปลความหมายออก

" อย่ารออีกเลย "

การกลบเกลือนความจริงข้างใน มันทำให้หัวใจเจ็บปวดน่าดู

เมื่อรู้แบบนี้ แล้วทำไมถึงดึงดันที่จะทำร้ายตัวเองต่อไปอีก

ปิดกั้น ตัวเอง หลอกลวง หัวใจ

เป็นสิ่งที่ควรทำแล้วเหรอ ?

 

edit @ 24 Mar 2008 22:12:36 by freedom

come back again

posted on 02 Mar 2008 02:24 by freedomsky

 

        หลายเดือนแล้วที่ห่างหายไป

    แต่ที่หายไปใช่ว่าจะไม่คิดถึงนะ

    ความคิดถึงมันมีให้อยู่ตลอดเวลา

    อยากแวะเข้ามา ขีดๆเขียนๆอะไรมากมาย

   แต่สิ่งที่ต้องทำยังรออีกมากมายเช่นกัน

 

   ภาระ หน้าที่ สิ่งที่รออยู่

   อยากจะโยนทิ้ง ทำไม่รู้ไม่เห็น ก็ใช่เรื่อง

   เลยต้องมานั่ง จัดการให้เสร็จสิ้นก่อน

   เวลาเป็นเดือนๆ ที่ต้องอดหลับ อดนอน

   มือจับคอม ก็อยู่แต่กับงาน

   แว็บๆ ออนเอ็มเป็นบางครั้ง แต่ได้แค่แว็บนะ

  โทรสับ มือถือ ก็แค่ถือ กดรับ คุยนานไม่ได้

  

  ที่เล่ามาชีวิตดูเหมือนยุ่งเยิง 

  แล้วที่มันยุ่งเยิง เป็นเพราะเราเองรึป่าว

  คิดไปเองรึป่าว ทำตัวเองรึป่าว

  นั่นดิ .......... เราปล่อยเวลาไปเองรึป่าว

 

  ตอนนี้ปลดแอก ตัวเองเรียบร้อย

  ปิดเทอมสักที เวลาว่างคงมีเข้ามา

  ชีวิตโตขึ้น วิ่งไปข้างหน้า

  ถึงแม้อยากจะหันหลังกลับมา ก็ได้แค่คิด

  วันเวลา เปลี่ยน วัย เปลี่ยน

  โยนเรื่องบางเรื่องทิ้งข้างทาง

  อ้าแขนรับสิ่งใหม่มาแบกไว้บนบ่า

  หนักเกินจนเกินรับไหวเมื่อไหร่

  ก็ยกมันลง เหวี่ยงทิ้งข้างทาง

  รับมา ทิ้งไป รับมา ทิ้งไป......

 ชีวิตเราจะมีอะไรที่แน่นอน มั่นคง ยั่งยืนมั่งเนี่ย

 

*-* ปิดเทอมนี้ ไปตะลอนเชียงใหม่อีกแล้ว

ความคิดถึงเพื่อนฝูงมันเรียกร้องเกินห้ามใจได้

จะไม่สัญญา อีกแล้ว ไปถึงค่อยว่ากัน...

  

 

  

  

เผื่อว่าวันพรุ่งนี้

posted on 09 Jan 2008 19:49 by freedomsky

 

 

ตอนนี้ยังสอบไม่เสร็จเลยอ่า...

ปล่อยให้หลงระเริง ในช่วงปีใหม่มาหลายวัน พอกลับมา

ไม่อยากจะคิด ที่จะต้องกลับมารับกับศึกครั้งใหญ่

สอบกลางภาคยังไม่เสร็จสักตัว สนุกก่อน แล้วค่อยมาเครียดทีหลัง ใครหนอ ช่างคิด

แต่ใครจะคิดก็ช่าง ตอนนี้ เราคิดไม่ออกแล้วว่าจะริ่มตรงไหนก่อนดี

เสียเวลาจูนสมองอยู่ตั้งนาน แต่ไม่ได้ผลเลยแหะ.....  อาการหนักนะเราเนี่ย

ยังไงก็ต้องสู้ต่อไป เผื่อว่าวันพรุ่งนี้ .....

พูดดูเหมือนจะดีนะ แต่มัยทำได้ยากจัง เหนื่อยเกินบรรยาย เขียนงานไม่ได้เลยตอนนี้ สมองไม่แล่น

หนังสือก็ไม่ได้อ่าน อ่านไม่เคยทัน (ไอปาล์มจงเจริญ เหอๆๆๆๆ )

 

*-* ปล่อย Blog ว่างเว้นไปนาน ขอสวัสดีปีใหม่ย้อนหลังนะค่ะ ( อาจเหมือนเป็นการย้อนอดีตที่ดูเหมือนจะนานไปหน่อย ก็เถอะ ....)

พรทุกอย่างที่เราได้รับมา มันจะไม่มีทางเป็นจริงถ้าเราไม่ลงมือทำให้มันเป็นความจริงขึ้นมา

ปีใหม่มีได้ทุกวัน ขอแค่เราอย่าไปยึดติดกับอดีต ความสุขเดินทางมากับทุกอย่าง แต่บางครั้งมันมักจะเดินเคียงคู่

หรือไม่ก็ยอมน้อยหน้า ปล่อยให้ความทุกข์นำทางมาก่อน ขอแค่เราเลือกเอาว่าควรจะรับสิ่งไหนมาอยู่ในมือ

ใครหลายๆคน รวมทั้งตัวเราด้วย อยากจะอ้าแขนรอรับความสุขด้วยกันทั้งนั้น

แต่คงลืมไปว่าความทุกข์ที่เราปล่อยมันทิ้งไว้ มันกำลังกองอยู่ตรงหน้าไม่ได้หายไปไหน

ก้มลงมองข้างล่างบ้าง อย่ามองแต่ข้างหน้าอย่างเดียว ถ้ามือยังว่างอยู่ก็ควรจะหาอะไรมาทำความสะอาด

ความทุกข์ที่กองทิ้งอยู่ตรงนั้นสักนิด ซักฟอกมันใหม่ ความทุกข์ที่กองอยู่ไม่น้อย

 สักวันมันก็จะกลายเป็นความสุข ที่เราพร้อมจะอ้าแขนรับมันอีกครั้ง

"หากไม่รู้จักเจ็บปวด ก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ"  บทเรียนชั้นดี ที่ใครๆไม่ค่อยอยากจะเจอ

 

 

 

เพราะใจมันแคบ

posted on 07 Dec 2007 15:57 by freedomsky

 

แคนโต้ 

พื้นที่ของฉัน
ฉันสร้างมันขึ้นมาเอง
มันถึงเป็นพื้นที่ของฉัน

พื้นที่ของฉัน
มันคับแคบเกินไป
ฉันมีแรงสร้างมันเท่านี้

เธอเดินเข้ามา
เปิดประตูเข้ามาในห้องของฉัน
ห้องที่ฉันสร้างไว้รอเธอ

ขอโทษนะ
ต้องขอโทษเธอจริงๆ
ที่ห้องมันแคบเกินไป

เธอเห็นฉันไหม
เห็นฉันบ้างหรือป่าว
ฉันรอเธออยู่ตรงมุมนี้

นานแล้วนะ
เป็นเวลาเนินนาน
เมื่อไหร่เธอจะเห็นฉันสักที

เธอรู้บ้างไหม
ทำไมห้องนี้ถึงแคบ
ทำไมห้องนี้ถึงว่างเปล่า

ฉันตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้
คับแคบ ว่างเปล่า
เพื่อรอเธอคนเดียว

*********************

ชื่อเพลง : เพราะใจมันแคบ

ศิลปิน : พีท พีระ 

นับครั้งไม่ได้ใช่ไหม นับครั้งที่พูดที่ไล่ ที่ให้ไป
ที่บอกว่าให้ฉันลองรักใคร
นับนิ้วเธอดูเถอะนะ ว่านิ้วของเธอจะเพิ่มอีกได้ไหม
มันก็คล้ายๆหัวใจ ฉันอยู่

ลองทำใจ กว้างกี่ครั้ง รับใครๆที่ไม่ใช่เธอ แต่เป็นอะไรที่ยากเสมอ

ให้ฉันทำอย่างเธอ ก็ใจของฉันมันเท่านี้เอง

บอกเลยใจฉันแคบ ไม่มีที่เหลือเผื่อใคร
เก็บกักใครไม่ไหว หัวใจมันกว้างแค่เธออยู่ได้คนเดียว
ให้แค่เธอ จริงๆ ใจดวงนี้ ไม่เคยเปิดให้มีคนอื่นเข้าไป
รู้ว่าเธออยากออก เพราะคงแคบเกินไป เข้าใจ

เพราะฉันใจกว้างไม่ไหว แค่ฉันมองภาพที่เธอ จับมือเขา
นี่ก็เหมือนเผาใจฉันเลย
ทิ้งฉันไปเลยเถอะนะ ไม่ต้องเอาใครมาคอยอยู่กับฉัน
อย่าเอาใครๆมาแทนมาเปลี่ยน

 

*-*  ตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน รู้แต่ว่ามันอึดอัดน่าดู

ก็ใจมันแคบทำไงได้ เลยทำให้การทำงานของหัวใจลำบากไปด้วย

ถึงขนาดว่า การบีบตัวสูบฉีดเลือดสักครั้งมันยังยากลำบากเลย

ถ้าเราปล่อยให้มันแคบแบบนี้ต่อไป มันจะเป็นอันตรายต่อหัวใจมั้ยนะ

แต่ถ้าปล่อยให้มันกว้างมากไป เลือดสูบฉีดดีก็จริง แต่มันจะทำให้หัวใจมีพื้นที่น้อยลง

เพราะคงจะรกรุงรังน่าดู  ไม่อยากให้มันมีอะไรที่ไม่จำเป็นเข้ามาอาศัยอยู่

แคบ ได้เฉพาะบางเรื่อง และ กว้าง ได้เฉพาะบางเรื่อง

เราต้องหาจุดดุลยภาพให้กับมัน มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ได้ 

แต่เรื่องของหัวใจ ใครจะไปบังคับมันได้ ขนาดสมองที่เป็นตัวควบคุมทุกอย่าง

ยังไม่สามารถควบคุมหัวใจได้เลย .............. 

เอ่อดิ แต่อย่าลืมว่าเราเป็นเจ้าของสมองและหัวใจนะ มันต้องเชื่อฟังคำสั่งเราได้สิ

ถึงแม้ว่าบางครั้ง จะสั่งการอะไรไปก็ไม่ยอมรับรู้ สะทกสะท้านเท่าไหร่ก็ตามทีเถอะ

นี่แหละ หัวใจของคนเรา สับสนวุ่นวาย

 

 

ทำตามสัญญา

posted on 29 Nov 2007 16:53 by freedomsky

 

 

ปล่อย Blog ให้ว่างเว้นอยู่นานพอดู

ได้เวลากลับมาอัพตามหน้าที่แล้ว

กับวันที่ผ่านมา ไปท่องเที่ยวที่ เชียงใหม่ ตามสัญญาที่ให้ไว้กับเพื่อนฝูง

เราอาจจะทำตาม สัญญา ที่ให้ไว้ช้าไปบ้าง จากที่เคยสัญญาว่าจะไปเยี่ยมเยือนตั้งแต่สมัยเข้ามาเป็นเด็ก ปี1

ในรั้วมหาลัย ณ ตอนนี้ อยู่ปี3 แล้วเพิ่งจะสำนึกในคำสัญญานี้

 

การรอคอยใครบางคนทำตามสัญญา มันคงเป็นช่วงที่ทรมานใจ

หากว่านานเกินไป ก็จะทำให้กลายเป็นความเบื่อหน่ายที่จะเชื่อถือคำพูดของใครคนนั้น

 

" แกจะมา เชียงใหม่เมื่อไหร่ เราจะรอพาแกเที่ยวนะ อยากกินไรขอให้บอกเพื่อนเลี้ยงเอง คิดถึงว่ะ อยากเจอมากมาย จะรอนะ "

" แกจะมาเชียงใหม่เมื่อไหร่ เราจะพาแกเที่ยวนะ "

" แกจะมาเชียงใหม่เมื่อไหร่ เอาให้มันแน่ๆนะ "

" แกจะมาเชียงใหม่เมื่อไหร่ ถึงอาเขตแล้วค่อยโทรบอกฉันนะ ถ้ายังไม่ถึงอย่าเพิ่งบอกว่าจะมา "

" แกจะมาเชียงใหม่เมื่อไหร่ ฉันรอจนไม่อยากลุ้นแล้วนะ "

 

และคำพูดสุดท้าย ที่เป็นแรงกระตุ้นจิตสำนึกในตัว ถึงความผิดพลาดในคำสัญญา

 

" ชาติไหนแกจะมาเชียงใหม่ ฉันคงไม่อยู่รอแกบอกว่าจะมาทุกชาติหรอกนะ "

 

เพิ่งรู้ว่าตัวเอง ทำให้ใครต่อใครต้องเดือดร้อน ที่ต้องคอยถามคำถามเดิมๆ

ถึงแม้ว่าอาจจะเบื่อหน่าย แต่ก็ยังคงถามคำถามเดิมๆอยู่ดี

บางครั้ง เมื่อได้ยินคำถามนี้อีก ก็ทำให้พูดไม่ออกได้เลย

รู้นะว่ารออยู่ แต่ไม่มีเวลามากพอที่จะไปได้ เรียนหนัก เหนื่อยมาก

( คำแก้ตัวเดิมๆ และคงจะเป็นคำแก้ตัวของใครหลายๆคน )

 

ครั้งนี้ทำให้รู้แล้วว่า ถ้าคิดจะสัญญาอะไรกับใคร เราต้องคิดก่อนพูด เพราะสิ่งที่เราพูดออกไป

มันจะส่งผลมากมายให้กับคนที่รอรับฟังคำสัญญานั้น เมื่อหลุดปากสัญญาไปแล้ว ก็ต้องทำให้ได้

เพราะถ้าหาก ปล่อยให้มันล่วงเลยไป คำพูดของเราจะไม่มีค่าอีกเลย หมดความเชื่อถือ

ถ้ามันหนักหนาหน่อยอาจจะถึงขั้น หมดศรัทธาเลยก็ได้ ( แต่ของเราคงไม่ถึงขั้นนี้หรอกนะ ยังสำนึกทัน )

 

*-* เที่ยวเชียงใหม่ครั้งนี้ คุ้มค่า กับช่วงเวลาที่รอมาเป็นปี อยู่กับเพื่อนๆจนไม่อยากกลับ 

ทำไงได้ เรามีหน้าที่ รออยู่ กลับมาแล้วคิดถึงเพื่อนๆมากมาย อยากจะไปหาอีก

แต่ครั้งนี้จะไม่ขอสัญญาอีกแล้ว ถ้าไม่ยืนอยู่ที่ อาเขต จะไม่พูดเด็ดขาดว่าจะไปเชียงใหม่

เราสัญญา.......   5555+

 

 

 

 

 

 

 -.- Post card ซื้อที่ถนนคนเดิน มีขายเยอะมาก แต่ที่โดนใจมีแค่ 3 ใบ

ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคอะไร เห็น Post card เป็นไม่ได้ ต้องเสียตังค์ทุกที

edit @ 29 Nov 2007 17:49:41 by freedom

edit @ 29 Nov 2007 17:59:08 by freedom

edit @ 1 Dec 2007 20:58:38 by freedom

เมื่อหัวใจ มีเสียงเพลง

posted on 14 Nov 2007 20:09 by freedomsky

 

บทเพลงบอกอะไรได้มากมาย

บอกในสิ่งที่เราไม่สามารถพูดได้
บอกในสิ่งที่เก็บเอาไว้ข้างใน
บอกในสิ่งที่ไม่เคยมีใครเข้าใจ   
ในบางครั้ง ความรู้สึก ของใครบางคน
ไม่จำเป็นต้องพูดมันออกมา
ไม่จำเป็นต้องตะโกนให้ใครได้ยิน
ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยให้ใครเข้าใจ              
                                                   
                                            
          
แต่สิ่งที่เขาสามารถจะถ่ายเทมันออกมาได้
จากหัวใจที่หนักอึ้ง ด้วยเรื่องราวต่างๆ
จากความรู้สึกลึกๆ ที่เก็บมานาน 
จากความเหนื่อยล้า
จากความอ่อนแอ
แต่ไม่เคยมีคำว่าสิ้นหวัง 
บทเพลงจึงเป็นเหมือนเครื่องมือ
แต่ไม่ใช่เครื่องจักร
เพราะมันขับเคลื่อนออกมาจากใจ
ทุกถ้อยคำ บ่งบอกถึงสิ่งที่กำลังหลั่งใหลออกมา
ออกมาจากหัวใจ 
ออกมาจากส่วนลึก
ออกมาจากความรู้สึก
และออกมาเป็นบทเพลง    
          
*******************************
 *-*  ไม่รู้วันนี้คิดยังไงถึงมานั่งเขียนข้อความนี้
อารมณ์สุนทรีเป็นพิเศษ
เรียนมาทั้งเหนื่อยและเครียด
แต่ทำไงได้ชีวิต ต้องก้าวต่อไป
ตัวกระตุ้นความตื่นตัวได้ในตอนนี้คงเป็น เสียงเพลง

edit @ 14 Nov 2007 20:10:43 by freedom